ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2022 เป็นต้นไป Lazada ได้ปรับรูปแบบการให้ค่าคอมมิชชั่น (Affiliate Program) มาเป็น “7 วัน Last Touch” (7 DLT) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งในส่วนของการนับแอตทริบิวชัน (Attribution) และการจ่ายค่าคอมมิชชั่น ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่ความแตกต่างของระบบใหม่/เก่าจนถึงสิ่งที่ต้องระวังและเทคนิคสร้างรายได้สูงสุดจากโครงการ Lazada Affiliate
1. ระบบแอตทริบิวชันใหม่: 7 DLT คืออะไร?

ระบบแอตทริบิวชันใหม่จะนับการซื้อที่เกิดขึ้นภายใน 7 วัน นับจากที่ลิงก์ถูกคลิก และพาร์ทเนอร์ที่มีลิงก์ถูกคลิกสุดท้าย (Last Touch) ก่อนการซื้อจะเป็นผู้ได้รับค่าคอมมิชชั่น
- “7 วัน Last Touch (7 DLT)”
- หากผู้ใช้คลิกลิงก์ของคุณ แล้วทำการซื้อภายใน 7 วัน ลิงก์ที่ถูกคลิกล่าสุดจะได้รับค่าคอมมิชชั่น
- เปลี่ยนจากระบบเดิมที่มีการแบ่งเงื่อนไข “ซื้อภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อรับเรทสูง” มาเป็นเรทเดียวที่เรียบง่ายขึ้น
ความแตกต่างจากระบบแอตทริบิวชันเดิม
- ระบบเดิม: ติดตามสูงสุด 7 วัน + หากผู้ใช้เข้าหน้า PDP/SP (Product Page / Store Page) ภายใน 24 ชั่วโมงจะได้คอมมิชชั่นเรทสูง
- ถ้าผู้ใช้คลิกลิงก์แล้วเข้า PDP/SP (หน้าสินค้า/ร้านค้า) ภายใน 24 ชั่วโมง จะได้เรทค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่าปกติ
- หากเข้าหน้าสินค้าช้ากว่า 24 ชั่วโมง จะได้รับเรทปกติเท่านั้น
- ระบบใหม่: 7 วัน Last Touch (ค่าเรทคอมมิชชั่นเป็นรูปแบบเหมารวม/Flat Rate)
- ตราบใดที่มีการซื้อภายใน 7 วันนับตั้งแต่คลิกลิงก์ ไม่ว่าจะเข้าหน้าสินค้าหรือสั่งซื้อเมื่อใด จะได้รับค่าคอมมิชชั่นในเรทใหม่ตามที่กำหนด
ด้วยระบบใหม่ ทำให้รูปแบบ “Last Click ภายใน 7 วัน” ไม่ได้แบ่งเป็น “ต่ำกว่า/มากกว่า 24 ชั่วโมง” อีกต่อไป ทั้งยังช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถสร้างรายได้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้ใช้มีระยะเวลาให้ตัดสินใจและกลับมาสั่งซื้อนานขึ้น
2. ไฮไลต์ค่าคอมมิชชั่นแบบใหม่

1) ระบบ Cross Seller
- Cross Seller คืออะไร
- หากผู้ใช้คลิกลิงก์ของคุณเพื่อดูสินค้าหนึ่ง แต่ภายหลังซื้อสินค้าคนละประเภท/ร้านค้า ก็ยังคงได้รับค่าคอมมิชชั่น
- ต่างจากระบบเดิมที่มักจะจ่ายค่าคอมมิชชั่นเฉพาะสินค้าหรือร้านค้าที่โปรโมตไว้เท่านั้น
2) ค่าคอมมิชชั่นโดยรวมอาจสูงขึ้นถึง 2-3 เท่า
- โอกาสได้รับคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น
- ในภาพรวมมีการปรับเรทคอมมิชชั่นให้สูงขึ้น โดยบางพาร์ทเนอร์อาจทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับระบบเดิม
- การนับแอตทริบิวชันภายใน 7 วัน ช่วยให้มีโอกาสเกิด Conversion (การซื้อ) ได้มากกว่าเดิม
3) การปรับเรทตามประเภทสินค้า: เพิ่มค่าคอมมิชชั่นในหมวดสำคัญ
- หมวดแฟชั่น, บิวตี้, อิเล็กทรอนิกส์, แม่และเด็ก (Mom & Baby), ของชำ (Groceries) ฯลฯ
- Lazada ให้ความสำคัญกับสินค้าหลักในหมวดเหล่านี้ จึงเพิ่มเรทค่าคอมมิชชั่นโดยเฉพาะ
- สำหรับบล็อกเกอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น/บิวตี้หรือสินค้าต่าง ๆ สามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้น
4) Double Pay: รับค่าคอมฯ ทั้งจากแพลตฟอร์มและจากเซลเลอร์
- ได้ค่าคอมฯ สองต่อสำหรับสินค้า (SKU) ที่ร่วมรายการ
- ระบบ “Double Pay” หมายถึง สินค้าหรือร้านค้าที่ร่วมแคมเปญพิเศษ จะจ่ายค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ Lazada ให้
- ทำให้ผู้โปรโมต (Affiliate) สามารถรับค่าคอมมิชชั่นสองเด้ง ได้แก่ ค่าคอมมิชชั่นพื้นฐาน (Platform) + ค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขาย (Seller)
- ก่อนหน้านี้มีแค่โบนัสใน SKU พิเศษบางรายการ
- ระบบเดิมก็เคยมี ‘โบนัสคอมมิชชั่น’ เป็นบางช่วง/บางสินค้า แต่ระบบใหม่จะขยายโอกาสให้มากขึ้น มี SKU หรือร้านค้าที่สามารถให้ “Double Pay” ได้หลากหลายกว่า
3. เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างระบบเก่าและใหม่
| NEW (ระบบใหม่) | EXISTING (ระบบเดิม) | |
|---|---|---|
| การนับแอตทริบิวชัน | – 7 วัน Last Touch – Cross Seller (ซื้อคนละสินค้าก็ยังได้คอมฯ) | – หากคลิก <24 ชม. แล้วเข้าหน้าสินค้า/ร้านค้า: ได้เรทสูง – หากคลิก >24 ชม. แล้วเข้าหน้าสินค้า/ร้านค้า: ได้เรทปกติ – Cross Store รองรับบางประเทศเท่านั้น |
| ค่าคอมมิชชั่น | – เรทโดยรวมอาจได้ 2-3 เท่า – หมวดหลัก (Fashion/Beauty/ฯลฯ) เพิ่มเรท – Double Pay: ได้ค่าคอมฯ สองต่อ | – ได้ค่าคอมฯ พื้นฐาน + โบนัสบาง SKU – Cross Store ใช้ได้จำกัด |
- สิ่งที่เปลี่ยนไปหลัก ๆ ในระบบแอตทริบิวชัน
ระบบเดิมมีเงื่อนไข “24 ชั่วโมงแรก” เพื่อรับเรทสูง ซึ่งค่อนข้างจำกัดโอกาสหรือควบคุมพฤติกรรมผู้ใช้ได้ยาก แต่ในระบบใหม่ คุณจะได้เรทค่าคอมแบบเดียวตลอด 7 วัน (ดูจาก Last Touch) ช่วยให้พาร์ทเนอร์ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในการเข้าชมสินค้าอีกต่อไป - ค่าคอมมิชชั่นที่พุ่งสูงขึ้น
จุดเปลี่ยนอีกด้านคือการเปิดใช้งาน “Cross Seller” ที่ทำให้การซื้อสินค้านอกเหนือจากที่โปรโมตก็ยังได้ค่าคอมฯ รวมไปถึง Double Pay ที่ให้รับเพิ่มทั้งจากแพลตฟอร์มและจากผู้ขาย (Seller) ในบาง SKU เป็นโอกาสทองที่คุณจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า
4. สรุป: ใช้ประโยชน์จากระบบใหม่เพื่อเพิ่มรายได้
สรุปแล้ว การเปลี่ยนแปลงสู่ 7 วัน Last Touch (7 DLT) ของ Lazada นั้นส่งผลดีอย่างมากสำหรับพาร์ทเนอร์ (Affiliate)
- ระยะเวลาวัดผล 7 วัน ทำให้เกิด Conversion ง่ายขึ้น
- Cross Seller เปิดโอกาสรับคอมมิชชั่นจากสินค้าประเภทอื่น แม้ไม่ใช่สินค้าที่คุณโปรโมตโดยตรง
- หมวดสินค้าสำคัญได้ค่าคอมฯ สูงขึ้น เช่น แฟชั่น บิวตี้ อิเล็กทรอนิกส์ แม่และเด็ก ของชำ ฯลฯ
- Double Pay ทำให้บาง SKU ได้ค่าคอมฯ เพิ่ม 2 ต่อ
การปรับโครงสร้างในครั้งนี้เอื้อให้พาร์ทเนอร์สร้างรายได้ได้มากและเข้าใจง่ายขึ้น ใครที่ทำ Lazada Affiliate อยู่แล้วก็ปรับตัวไม่ยาก ส่วนผู้ที่สนใจเริ่มต้นใหม่ก็ถือว่าเป็นโอกาสเหมาะอย่างยิ่ง
เทคนิคการทำงานให้ได้ผลดีที่สุด
- โฟกัสหมวดสินค้าที่ค่าคอมฯ สูง
หมวดสินค้าที่ Lazada เน้นเป็นพิเศษ อย่างเช่น แฟชั่น บิวตี้ อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เพราะจะทำให้ได้ค่าคอมฯ ที่สูงขึ้น - จับตาสินค้าที่มี Double Pay
ติดตามข่าวสารจาก Lazada เพื่อทราบว่า SKU หรือร้านค้าใดเข้าร่วม Double Pay แล้วโปรโมตในช่องทางที่คุณมี (บล็อก, โซเชียลมีเดีย ฯลฯ) เพื่อเพิ่มโอกาสทำรายได้สองต่อ - จัดการลิงก์ให้มีประสิทธิภาพ
ด้วยการที่ระบบใหม่ใช้ Last Touch ภายใน 7 วัน ทุกลิงก์ที่โปรโมตควรติดตามได้ชัดเจนว่าเกิดคลิกเมื่อไร ผ่านช่องทางใด เพื่อจะได้ประเมินประสิทธิภาพและวางกลยุทธ์ได้ถูกต้อง
สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนมาใช้ระบบ 7 DLT ของ Lazada ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถทำรายได้จาก Affiliate ได้มากขึ้น อย่าพลาดโอกาสดี ๆ นี้ ลองปรับกลยุทธ์และเตรียมช่องทางโปรโมตต่าง ๆ ให้พร้อม เพื่อเก็บเกี่ยวประโยชน์สูงสุดกันเลย!

コメント